tokyowing2 ( you can read my previous blog at www.tokyowing.wordpress.com)

Just another WordPress.com site

NARA CENTENNIAL HALL,Nara , ARATA ISOZAKI ,1999

leave a comment »

เป้าหมายการเดินทางไปยัง นารา ของผมไม่ได้แค่ต้องการไปชมอาคารไม้โบราณอย่าง Todai-Ji เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง NARA CENTENNIAL HALL ซึ่งอาคารสองหลังนี้ได้ถูกเชื่อมโยงเข้าหากันโดยผ่านความคิดของสถาปนิกที่มีชื่อว่า Arata Isozaki สำหรับอาคารไม้โบราณอย่าง Todaiji นั้นเป็นอาคารโครงสร้างไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่ยังปรากฏหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ Isozaki ได้อ้างอิงถึง Todaiji ในฐานะอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยถูกสร้างขึ้นมาในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น มาใช้เป็นแนวความคิดหลักสำหรับการประกวดหอประชุมแห่งใหม่ของเมือง Nara ในปี1991 และผลการตัดสินในครั้งนั้น แบบของ Isozaki ชนะการประกวด ตัวอาคารก่อสร้างแล้วเสร็จและได้เปิดให้สาธารณชนเข้าใช้ในปี 1999

ในแบบ Sketch ของ Isozaki แสดงให้เห็นว่าเขาพยายามเทียบเคียง volume ของตัวอาคารที่เขาออแบบกับวัด Todai-Ji โดยการซ้อนภาพอาคารสองหลังเข้าหากัน Arata Isozaki ออกแบบอาคารให้มีผังเป็นรูปทรงรี ที่มีแกนด้านยาว 138 เมตร ด้านสั้น 25 เมตร ตัวอาคารที่มีผังเป็นรูปวงรีทอดตัวยาวขนานไปกับรางรถไฟสถานี Nara ในแกนเหนือใต้ ซึ่ง พื้นที่บริเวณลานหน้าอาคารนั้น  เด็กวัยรุ่นมักมาใช้ปั่นจักรยาน เต้นรำ เรื่อยไปจนถึง กลุ่มเด็กๆที่ผู้ปกครองพามาวิ่งเล่นกันเนื่องจากเป็นลานของเมืองที่สามารถใช้งานได้อย่างเย็นสบายโดยอาศัยเงาของอาคารที่ทอดเงาลงบน Plaza ตั้งแต่หลังเที่ยงวันเป็นต้นไป  ในส่วนของโครงสร้าง Isozaki ได้นำเอาความคิดจากงานออกแบบในช่วงปี 70 อย่าง Festival Plaza ในงาน EXPO 70 ที่โอซากา และ  Fujimi Country Clubhouse มาพัฒนาต่อ โดยตัวโครงสร้างอาคารภายในเป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปที่ต้องอาศัยระบบโครงสร้างเหล็กแบบพิเศษในการยกโครงสร้างแผ่นคอนกรีตน้ำหนัก 4,600 ตันขึ้นมาลักษณะคล้ายกับการย่อตัวแล้วค่อยยันโครงสร้างให้ตั้งตรง ซึ่งระบบนี้เรียกว่า Panta-Up Process คำนวณโครงสร้างโดย  Mamoru Kawaguchi วิศวกรของโครงการนี้ ซึ่งกระบวนการนี้กินเวลา 6 วันในการยกแผ่นคอนกรีต

ส่วนพื้นที่ภายใน Hall หลักทางด้านทิศใต้ นั้น ที่นั่งผู้ชมสามารถขยับและปรับเลื่อนเป็นชุดโดยใช้ระบบไฮดรอลิกในการเลื่อนที่นั่งทั้งแผง เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมภายในได้หลากหลายรูปแบบ ส่วน Hall ทางด้านทิศเหนือนั้น ผนังห้องกรุด้วยแผ่นกระจกใสทั้งหมด ทำให้เราได้เห็นกิจกรรมภายในซึ่งแตกต่างจาก Concert hall โดยทั่วไป อีกทั้งผนังกระจกยังถูกออกแบบให้มีสองชั้น และผนังกระจกบางส่วนก็ถูกปรับให้มีองศาต่างๆกันเพื่อใช้เป็นส่วนสะท้อนเสียงภายในตัว hall อีกด้วย

ครั้งแรกที่ผมมาถึงสถานี Nara และมองเห็นอาคาร NARA CENTENNIAL HALL จากระยะไกล พื้นผิวสีเทาดำ ทำให้ผมค่อนข้างสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าสถาปนิกใช้วัสดุอะไรในการห่อหุ้มอาคารขนาดยักษ์หลังนี้ แต่พอได้มาเห็นอาคารจริงจึงได้รู้ว่า แผ่นเกล็ดสีเทาเล็กๆนั้น ทำมาจากกระเบื้องที่เรียกว่า ibushi-gawara เป็นกระเบื้องที่มีเทคนิคในการทำเช่นเดียวกับ กระเบื้องหลังคาวัดและ หลังคาทาวน์เฮ้าส์แบบ Machiya (ห้องแถวโบราณแบบญี่ปุ่น) และยังมีรายละเอียดปลีกย่อย พิเศษที่สถาปนิกใส่เข้าไปในอาคาร ไม่ว่าจะเป็น คือ การเลือกเอาเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดย Shiro Kuramata นักออกแบบที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางสำหรับงานออกแบบผลิตภัณฑ์ในช่วงปี 80 โดยเฉพาะ เก้าอี้ และเก้าอี้ที่ถูกเลือกมาใช้สำหรับ หอประชุมแห่งนี้คือ Hal 2 ที่ถูกผลิตออกมาในปี 1987 นอกจากนั้น Isozaki ยังได้ทำภาพพิมพ์แบบร่างความคิดของตัวอาคารที่เขามักจะทำขึ้นมาเสมอๆเวลาออกแบบงานสถาปัตยกรรมมาตกแต่งบริเวณโถงทางเข้า  café

ส่วนการเชื่อมต่ออาคารเข้ากับพื้นที่สาธารณะนั้น นอกเหนือไปจากลานขนาดใหญ่ด้านหน้าและด้านข้างอาคารแล้ว สถาปนิกยังได้ออกแบบสะพานเชื่อมเข้ากับสะพานลอยของสถานีรถไฟ Nara ซึ่งทำให้ผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟสามารถเดินเชื่อมไปยัง ตัวหอประชุมได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงมีการเตรียมทางลาดและลิฟท์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถเข็นด้วย

ในบทสัมภาษณ์ของ Isozaki เขาได้อธิบายความคิดเกี่ยวกับเรื่อง Ma ซึ่งแตกต่างจากความคิดในเรื่อง Space และ time ในแบบปรัชญาตะวันตก ไว้อย่างน่าสนใจว่า  “ในแนวความคิดของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น เราไม่มีแนวความคิดโดยตรงของ space หรือว่า ในเรื่องของ เวลา (time) ในแบบปรัชญาตะวันตก เรามีแต่  Ma  ไม่มี space และไม่มี time  และเมื่อแนวคิดเชิงปรัชญาตะวันตกเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เดินทางมาถึงญี่ปุ่นเมื่อประมาณสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมา และเราก็พยายามหาความหมายให้กับ space กับ time ซึ่งให้ได้ใกล้เคียงที่สุด คือ หากรวม Ma เข้ากับ Chronos (เทพแห่งกาลเวลาในนิยายกรีกโบราณ ซึ่งมักปรากฏโฉมในรูปชายชราในฐานะบิดาแห่งกาลเวลา และมีปีกที่อุปมาถึงการโบยบินจากไปของเวลา แต่ในที่นี้ Isozaki คงหมายถึงเวลาในความหมายของตะวันตก) ก็คือ time  และเมื่อรวม ความว่าง          ( emptiness) เข้ากับ Ma ก็คือ Space ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจ คือ เมื่อเราพูดถึง Ma หมายถึงว่าเราคิดถึง space และ time ในห้วงเวลาเดียวกัน และไม่ได้แยกขาดออกจากกัน”

(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน  www.scgexperience.co.th)

 

Advertisements

Written by tokyowing2 ( you can look the first one at www.tokyowing.wordpress.com

October 7, 2011 at 7:57 am

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: